ชวนเที่ยวกรีซ (Greece) เมืองแห่งเทพเจ้าอันแสนโรแมนติกริมทะเล

กรีซ (Greece) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ติดทะเลไอโอเนียนและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีความสวยงามด้วยศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมแบบกรีกโบราณ ที่มีจุดเด่นจากแรงบันดาลใจทางด้านความเชื่อเรื่องเทพเจ้าในยุคก่อน กรีซมีเมืองหลวงก็คือเมืองเอเธนส์ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไป เพราะว่าเต็มไปด้วยความโรแมนติก สายลมทะเลและอาหารทะเลสด ๆ รวมกันเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นในกรีซก็คือ ภูเขามากมายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมผจญภัยที่สามารถชมได้ที่เกาะครีต (Crete) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของกรีซ รวมถึงเกาะน้อยใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเกาะไฮดรา (Hydra) เกาะเล็ก ๆ ที่สวยงามเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกดินและขี่ลาเพื่อเดินทางไปยังจุดต่าง ๆ ของเกาะ หรือจะไปทานอาหารเย็นที่จุดท่องเที่ยวของเมืองอย่างเกาะซานโตรีนี่ (Santorini) ที่มีสถาปัตยกรรมแบบกรีกสีขาวและโดมสีน้ำเงินอันแสนจะมีเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด หรือไปเดินเล่นเลียบชายหาดที่เกาะมิโคนอส (Mykonos) ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งอีกทั้งยังมีกิจกรรมสนุก ๆ ยามค่ำคืนสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

อย่างที่ได้กล่าวได้ว่ากรีซเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและต้องการศึกษาประวัติศาสตร์ โดยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของกรีกในก็มีซากวิหารโพไซดอน (Temple of Poseidon) ที่คาบสมุทรโซเนียน (Cape Sounion) สำหรับเมืองประวัติศาสตร์อย่างเอเธนส์ก็มีป้อมปราการอะโครโพลิส (Acropolis) วิหารพาร์ทีนอน (Parthenon) และเดลฟี (Delphi) ที่มีวิหารอะพอลโล (Temple of Apollo) และโรงมหรสพของชาวเอเธนส์ (thenian Treasury) รวมอยู่ด้วยกัน

นอกจากประวัติศาสตร์ของชาวกรีกเองแล้ว เรายังจะได้เห็นสัญลักษณ์ของ ชาวมิโนส ชาวโรมัน ชาวอาหรับ กลุ่มสงครามศาสนาชาวลาติน ชาวเวนิช ชาวสลาฟและชาวตุรกีที่เคยมาเยือนที่นี้ในอดีตอีกด้วย ทุกจุดในเมืองล้วนมีเรื่องราวอยู่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นที่วิหารเทพี Aphrodite ที่พังทลายไปแล้ว ป้อมปราการของชาวเวนิชที่ซ่อนอยู่หรืออารมของไบแซนไทน์ที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยจิตรกรรมบนผนังปูน (fresco) และพิพิธพันธ์หลายแห่งในกรีซที่จัดแสดงโชว์รูปแกะสลักแบบคลาสสิคและสมบัติโบราณคดีมากมาย

กรีซเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เราควรไปชมให้ได้สักครั้งถ้ามีโอกาส เพราะนอกจากความโรแมนติกและวิวทะเลสวย ๆ แล้ว ผู้คนในเมืองก็ค่อนข้างที่จะเป็นมิตรและพร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ แม้ว่าตอนนี้กรีซจะมีสถานะทางเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ก็ยังเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าไปชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่คงอยู่มากว่า 1,000 คู่กับสิ่งปลูกสร้างตามแนวชายหาดที่แสนงดงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปสำรวจอารยธรรมแห่งเทพเจ้าโบราณกับคนรู้ใจหรือครอบครัวได้อย่างปลอดภัยหากมีโอกาส อย่าลืมมาเที่ยวที่กรีซกันนะ

Category: เที่ยวต่างประเทศ

Tag: กรีซ, เอเธนส์, ซานโตรีนี่

เครดิตภาพ : https://pixabay.com/th/%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%8B-416136/

 

Posted in เที่ยวต่างประเทศ | Tagged , , | Comments Off on ชวนเที่ยวกรีซ (Greece) เมืองแห่งเทพเจ้าอันแสนโรแมนติกริมทะเล

  Sex Tourism : สเน่ห์แบบดิบ ๆ ของการท่องเที่ยวในประเทศไทย

การท่องเที่ยวของประเทศไทยใช่ว่าจะมีมุมใสสะอาด สวยงาม และเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยที่สามารถดึงดูดรายได้เข้าสู่ประเทศได้ เช่น วัดวาอาราม ชายหาด หรืออาหารไทย ซึ่งอันที่จริงแล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากก็มีความสนใจในการท่องเที่ยวด้านมืดของไทยอยู่ไม่ใช่น้อย ทั้งในด้านของผับ บาร์ ไปจนถึงการขายบริการทางเพศอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้ต้องยกให้ค่าครองชีพที่ถือว่าราคาถุกกว่าต่างประเทศมาก สินค้าของปลอมแบบคุณภาพใช้ได้ก็พบเห็นได้ทั่วไป ทั้งยังมีอาหารแทบทุกเชื้อชาติที่หากินได้ตลอด 24 ชั่วโมง (แตกต่างจากหลายประเทศมากที่เปิดปิดเป็นเวลา เช่น ตุรกีบางร้านไม่ถึงเที่ยงไม่เสิร์ฟอาหาร) บรรยากาศก็ง่าย ๆ สบายไม่เครียดอะไรมากเหมือนบ้านเขา ชาวต่างชาติหลายคนจึงมาตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศไทยเสียเลยเพราะชอบในความผ่อนคลายนี้เอง และที่สำคัญคือการท่องเที่ยวทางเพศที่ปลดปล่อยและช่วยคลายความเครียดแก่นักท่องเที่ยวชายเป็นจำนวนมากทั้งในรูปแบบการค้าประเวณีหรือการโชว์บนเวที ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวลักษณะนี้สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมากเมื่อดูจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พัทยา ย่านพัฒน์พงศ์ หรือในซอยนานา เป็นต้น

ค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวทางเพศในประเทศไทยถือว่ามีตั้งแต่ราคาย่อมเยาไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงระดับไฮเอนด์ราคาแพงระยับ เช่น แหล่งท่องเที่ยวซอย 5 ของจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ราคาก็อยู่ที่ 300-400 บาท สำหรับการบริการ 30 นาที ของอีกจังหวัดใหญ่อีกแห่งหนึ่งก็ราคาพอกัน ถ้าเทียบเป็นค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ ก็อยู่ที่ 10 ดอลล่าร์เท่านั้นเอง แต่จะหาเรทราคาอย่างนี้ที่สหรัฐนั้นเป็นไปไม่ได้เลย อย่างต่ำสุดที่โฆษณาในการ์ดแจกในเมืองลาสเวกัสก็ปาเข้าไป 90 ดอลล่าร์แล้วแถมยังเป็นป้าแก่อีกต่างหาก หรือเป็นที่ย่านโคมแดงในเมืองอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ราคาเฉลี่ยก็อยู่ที่ 50 ยูโร สำหรับกิจกรรม 20-25 นาที ย่านเกลัง (Geylang) ของสิงคโปร์ก็เฉลี่ย 50 ดอลล่าร์สิงคโปร์ ซึ่งในประเทศไทยมีการบริการท่องเที่ยวทางเพศหลายทาง ทั้งเปิดสถานอาบอบนวด เพิงพัก หรือการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตซึ่งพบเห็นกันอย่างแพร่หลาย

ถึงอย่างนั้น ด้วยสภาพสังคมและวัฒนธรรมของประเทศไทยมองว่าธุรกิจเหล่านี้เป็นความเสื่อมเสียและน่าอับอายของประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดเด่นของประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรับรู้นั้นมีเรื่องนี้เป็นอันดับต้น ๆ เช่น ปี 2555 วงดนตรีร็อควัยรุ่นชื่อดังระดับโลกคณะหนึ่งมาแสดงที่เมืองทองธานี พอจบโชว์พวกเขายังนั่งรถไปดูปิงปองโชว์ถึงพัฒน์พงศ์ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ของนักท่องเที่ยว และมอบความประทับใจแก่พวกเขาเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ก็เป็นข้อเสียที่ชาวต่างชาติบางรายที่มองสตรีไทยที่ไม่ได้ทำอาชีพขายบริการ และเข้าใจผิดจนมาถามซื้อบริการก็มีเรื่องเล่าให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ จึงเป็นข้อเสียที่ภาพลักษณ์ทางสังคมของคนไทยถูกมองอย่างผิด ๆ สวนกระแสกับรายได้และแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทย

ถึงอย่างนั้น ความรักระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติจนกลายเป็นคู่แต่งงานก็มีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเพราะส่วนหนึ่งชาวต่างชาติประทับใจความสวยงาม เอาใจใส่ ดูแลและจริงใจหญิงไทย ซึ่งอาจแก้ไขมุมมองทัศนคติในเรื่องของเมืองแห่งเซ็กส์ได้ในอนาคตด้วยความเข้าใจที่มากขึ้น

 

Posted in สาระน่ารู้ | Tagged , , | Comments Off on   Sex Tourism : สเน่ห์แบบดิบ ๆ ของการท่องเที่ยวในประเทศไทย

อุดรธานี เมืองแห่งความครบเครื่อง

อุดรธานีเป็นเมืองรองของการท่องเที่ยว ซึ่งถ้าพูดจริง ๆ เมืองอุดรนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เที่ยวบินก็เยอะ แถมเป็นเมืองนิยมของชาวต่างชาติเมืองหนึ่ง ซึ่งก็เป็นที่แปลกใจว่าถูกจัดให้อยู่ในเมืองรองได้ แต่อย่างไรก็ต้องถือว่าเป็นข้อดีที่จะได้เที่ยวในเมืองที่มีทั้งศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ และความทันสมัย ที่รวมตัวอยู่ในจังหวัดเดียว การเดินทางในจังหวัดก็ถือว่าสะดวกสบายเพียงแต่รถจะมีปัญหาจราจรรถติดในถนนสายหลัก ๆ ในเมืองเท่านั้นเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นเมืองที่ถือว่าเจริญมากเมืองหนึ่งในภาคอีสาน อุดรธานียังถือว่าเป็นเมืองพระอีกด้วยเพราะมีพระสุปฏิปัณโณอยู่ที่จังหวัดนี้มากมาย ที่มีชื่อเสียงก็อย่างเช่น หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ แห่งวัดป่าบ้านตาด ที่ถึงแม้องค์ท่านจะละสังขารเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพานไปแล้ว แต่เสียงธรรมของท่านยังก้องกังวาลอยู่ในคลื่นวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชนซึ่งคนใฝ่ธรรมได้ยินกันอยู่เป็นประจำ และก็มีหลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป แห่งวัดโพธิสมภรณ์ ที่องค์ท่านละสังขารเมื่อปี พ.ศ. 2559 สิริอายุ 105ปี นี้เอง ส่วนองค์ที่ยังดำรงค์ธาตุขันธ์อยู่ก็มีหลวงตาอินทร์ถวาย สันตุสสโก ศิษย์องค์สำคัญในหลวงตามหาบัว อันที่จริงก็มีอีกหลายองค์ที่เป็นหน่อเนื้อเชื้อธรรมซึ่งกำลังเติบโตในบวรศาสนาในพื้นที่เมืองอุดรแห่งนี้

นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานีได้ทุกรูปแบบ แหล่งท่องเที่ยวทางความเชื่อที่เป็นสุดยอดแห่งความนิยมของผู้นับถือศรัทธาพญานาค คำชะโนด ก็อยู่ที่นี่ หรือจะเป็นทะเลบัวแดงที่บึงหนองหาน ซึ่งบัวแดงจะบานเมื่อถึงฤดูหนาวในยามเช้า มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงที่เก็บหลักฐานประวัติศาสตร์มนุษย์เมื่อ 5,000 ปีก่อน รวมถึงอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพานซึ่งเป็นสถานที่แสดงถึงอารยธรรมมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อนเช่นเดียวกัน  ส่วนการชมทัศนียภาพนั้นวัดป่าภูก้อนจะเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด โดยนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เมืองอุดรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัยทุกรสนิยม เพราะ มีห้างสรรพสินค้าอย่างCentral หรือแหล่งการค้าแบบอาเขตอย่าง UD Town จะเที่ยวกลางคืนก็มีสถานบันเทิงคุณภาพ เช่น Rhythm Pub and Bar, Yellow Bird, Fluid และ The Irish Clock – Irish Pub เป็นต้น ซึ่งการมีร้านแหวกแนวสไตล์ต่างชาติอย่าง The Irish Clock – Irish Pub แสดงให้เห็นว่ามีคนหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำธุรกิจในอุดรธานี

การที่จังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองหลากเชื้อชาติถือเป็นทิศทางที่ดีในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เหมืนเมืองพัทยา หรือลอสแองเจลิส ที่มีถือว่าเป็นเมืองนานาชาติ ใครชอบก็มาตั้งรกราก และสถานที่หนึ่งที่แสดงความหลากเชื้อชาติ คือ ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อุดรธานี ที่เมื่อได้ก้าวย่างเข้าไปแล้วราวกับเดินอยู่ที่ประเทศจีนยังไงยังงั้น อีกทั้งยังมีการบันทึกประวัติศาสตร์คนไทยเชื้อสายจีนในเมืองอุดรธานีเมื่อ 120 ปีก่อน ถือว่าครบเครื่องทุกกระบวนความทางการท่องเที่ยวจริง ๆ และเป็นกำไรของนักท่องเที่ยวแล้วที่อุดรธานีถูกจัดให้เป็นเมืองรองและนักท่องเที่ยวสามารถนำไปลดหย่อนภาษี 2561 ได้

 

Posted in ท่องเที่ยวภาคอีสาน | Tagged , , | Comments Off on อุดรธานี เมืองแห่งความครบเครื่อง

เที่ยวจังหวัดเลยต้องเที่ยวให้ครบ

ด้วยการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาสู่จังหวัดเลยเป็นจำนวนมาก ส่วนมากก็ไปเชียงคาน เที่ยวภูเรือ ไปงานเทศกาลผีตาโขนอำเภอด่านซ้าย หรือไม่ก็ขึ้นภูกระดึง แต่อันที่จริงจังหวัดเลยมีทรัพยากรการท่องเที่ยวมากกว่านั้น ซึ่งจะบอกว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจเลยก็ไม่ใช่ ต้องมองเป็นเมืองที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเสียมากกว่าเนื่องจากสภาพอากาศในฤดูหนาว ฤดูร้อนก็ร้อนไม่แพ้ที่ไหน ดังนั้นจุดขายที่คนส่วนใหญ่ชอบจึงเป็นฤดูหนาวอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ที่จริงหน้าร้อนก็เที่ยวน้ำตกได้ และนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านด้วย เช่น น้ำตกในอำเภอนาแห้ว และที่สำคัญอำเภอนาแห้วนี้อากาศดีตลอดทั้งปี วัดเก่าพระพุทธรูปเก่าหลายร้อยปีก็มี ตั้งอยู่บนอำเภอกลางหุบเขานี้นี่เอง อีกทั้งยังสามารถศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดีที่ภูสวนทราย บังเกอร์หลายแห่งตั้งแต่สมัยสงครามร่มเกล้าก็พบเห็นได้ทั่วไป และในฤดูหนาว อำเภอนาแห้วนี่แหละที่เป็นจุดที่หนาวมาก น่าจะเรียกได้ว่าหนาวที่สุดของจังหวัดเลย

การเที่ยววัดในจังหวัดเลยจริง ๆ ก็ถือว่ามีทรัพยากรที่ดี เพราะมีวัดที่สวยงามหลากหลาย นอกจากวัดศรีคุณเมืองในอำเภอเชียงคานที่เป็นแหล่งของเก่าตั้งแต่สมัยเริ่มตั้งเมือง วัดศรีภูมิที่บ้านแฮ่ อำเภอเมืองเลย ก็เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยเริ่มตั้งชุมชนในบริเวณอำเภอเมืองและเก็บของโบราณไว้ในวัดเช่นเดียวกัน และที่นักท่องเที่ยวนิยมล่าสุด ก็คือการเดินขึ้นภูบ่อบิดเพื่อไหว้พระบนยอดและชมทัศนียภาพของอำเภอเมืองเลย แต่ยังมีจุดชมวิวเมืองเลยอีก 2 แห่ง คือ บนยอดภูของวัดถ้ำแกลบ และบนภูพุทโธค่ายศรีสองรักษ์ที่มีวัตถุโบราณจัดแสดงก่อนถึงยอด ยิ่งวัดถ้ำแกลบที่มีหลวงปู่อร่าม ชินวังโส พระกรรมฐานศิษย์ในองค์หลวงปู่อ่อน ญาณศิริ พ่อแม่ครูอาจารย์สายหลวงปู่มั่นเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ระหว่างเดินขึ้นก็ได้ชมธรรมชาติและสถานที่บำเพ็ญภาวนาของพระเถระ อีกทั้งมีถ้ำพระที่สำหรับภาวนาในนั้นได้อยู่อีกด้วย ในเรื่องของการชมทัศนียภาพ ภูทอกอำเภอเชียงคานก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ถือว่ามี ส่วนการท่องเที่ยวอำเภอ ก็มีอำเภอนาด้วงซึ่งมีน้ำตก และที่กำลังมาแรง คือ วัดถ้ำผาดำสันติธรรม ซึ่งอยู่ติดกับหน้าผาเป็นทัศนียภาพสวยงามมาก และความพิเศษของสถานที่แห่งนี้อยู่การใช้ต้นตะเคียนทอง 108 ต้น มาทำเป็นเสาศาลาการเปรียญ พร้อมทั้งข้อห้ามกำกับว่า “ห้ามบวงสรวงเจ้าเข้าทรง ห้ามขูดเสาหาเลข”  ส่วนจุดชมวิวริมฝั่งโขงที่นักท่องเที่ยวควรจะไปคือวัดพระพุทธบาทภูควายเงินสถานที่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 เพื่อกราบไหว้รอยพระพุทธบาทและชมวิวเมืองเชียงคาน พระใหญ่ภูคกงิ้ว ภูสูงที่สามารถชมทัศนียภาพประเทศลาว ภูทอกที่อำเภอเชียงคาน ชมทะเลหมอก และจุดชมวิวปากชม ที่สามารถเห็นบ้านเรือนอำเภอปากชมได้ทั้งหมดรวมถึงทัศนียภาพริมฝั่งโขง

ในการท่องเที่ยวจังหวัดเลยครั้งหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศได้ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีอยู่มากมาย พิพิธภัณฑ์ไทดำหมู่บ้านนาป่าหนาดถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่ถูกจัดไว้โดยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสวิถีชีิวิตวัฒนธรรมชาวลาวโซ่งซึ่งอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ภูป่าเปาะฟูจิเมืองเลยก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ควรลองไปสัมผัส เห็นได้ว่านักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนคลายร้อนที่จังหวัดเลยได้อย่างเต็มที่

 

Posted in ท่องเที่ยวภาคอีสาน | Tagged , , | Comments Off on เที่ยวจังหวัดเลยต้องเที่ยวให้ครบ

เที่ยววัดปฏิบัติธรรม ใกล้ชิดธรรมชาติ

          ในสมัยนี้สถานปฏิบัติธรรมมีมากมายหลายแห่ง ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทหนึ่งเช่นกัน แต่เป็นประเภทแบบที่อยู่พักแรม 1 คืน จนถึงหลายวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวผู้สนใจในการใฝ่หาความสงบก็ต่างเลือกสรรตามแต่จริตของตนว่าจะเลือกไปเข้าที่ใด อันที่จริงปฏิบัติที่บ้านก็ได้ แต่ไปที่สถานที่ที่เป็นหลักแหล่งเลยจะดีกว่าเพราะได้ใกล้พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ด้วย เผื่อมีข้อติดขัดอันใดก็สามารถถามท่านได้เลยเมื่อมีโอกาส ซึ่งครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้ก็มีหลายองค์ รวมถึงสถานที่สัปปายะ สงบ เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาหาความร่มรื่นในจิตใจก็มีอยู่หลายที่ เพียงแต่คนไม่ทราบก็มีเยอะ 

พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายนับตั้งแต่หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่เทศก์ เทสรังสี หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ หรือหลวงปู่ผาง จิตคุตโต ละสังขารไปนานหลายปี แต่คุณงามความดีของท่านก็ยังหลงเหลือไว้ในโลก นั่นก็คือ ศิษย์ของท่านที่เป็นพระสุปฎิปัณโณ เป็นที่พึ่งของเหล่าชาวพุทธผู้ใฝ่บุญ ก็ยังดำรงค์ธาตุขันธ์อยู่ ยกตัวอย่างเช่น หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร แห่งวัดถ้ำสหายจันทร์นิมิตร อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมอย่างยิ่ง เป็นครูบาอาจารย์ที่หลายคนยังไม่รู้จัก แต่กับคนใฝ่ธรรมแล้วต้องถือว่าท่านมีชื่อเสียงมาก และวัดถ้ำสหายฯ เป็นวัดกลางหุบเขา มีบรรยากาศที่ดีมากและเปิดรับผู้เข้ามาพักปฏิบัติธรรมอยู่ตลอด เพียงแต่มีกฎว่าอยู่ได้ไม่เกิน 7 วัน เมื่อครบ 7 วันแล้วต้องไปอยู่ที่อื่นให้ครบ 7 วันก่อน จึงจะกลับมาได้ และผู้เข้าพักจะสามารถขึ้นไปกราบหลวงปู่จันทร์เรียนบนกุฏิในถ้ำได้เฉพาะวันที่เข้าพักวันแรกและวันที่จะกลับเท่านั้น ส่วนอีกสถานที่หนึ่งก็คือวัดป่าม่วงไข่ ที่มีหลวงปู่ขันตี ญาณวโร เป็นเจ้าอาวาสอยู่ โดยวัดป่าม่วงไข่นี้ตั้งอยู่ที่ตำบลสานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ที่ตั้งวัดอยู่ที่ริมหน้าผาซึ่งเป็นทัศนียภาพสวยงามของภูเรือ ทางเดินเข้ากุฏิหลวงปู่ขันตีต้องผ่านป่าไผ่ ซึ่งให้ความวิเวกเย็นใจได้เป็นอย่างมาก  ซึ่งทั้ง 2 ท่านที่กล่าวถึงศิษย์ในองค์หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ส่วนในปัจจุบัน พ.ศ. 2561 ถือว่าท่านคือพระสงฆ์ผู้ทรงทั้งศีลาจารวัตรและเป็นพระกรรมฐานชั้นผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบัน 

อย่างไรก็ตาม พระปฏิบัติไม่ได้อยู่ที่ภาคอีสานเพียงเท่านั้น หากแต่กระจายกันอยู่ทั่วทั้งประเทศไทย ถ้ายกตัวอย่างก็อย่างเช่น จังหวัดเชียงใหม่ก็มีหลวงปู่สังข์ สังกิจโจ วัดป่าอาจารย์ตื้อ ภาคใต้ก็มีพระกรรมฐานอย่างพ่อท่านผอม ถาวโร แห่งวัดไทรขาม อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือจังหวัดจันทบุรีที่ในสมัยก่อนก็มีหลวงปู่สมชาย วัดเขาสุกิม เป็นต้น ส่วนในปัจจุบันก็มีหลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร เป็นเนื้อนาบุญแก่สาธุชนทั้งหลาย 

อันที่จริงการเที่ยววัดส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวมักไปขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่การเที่ยวเพื่อปฏิบัติธรรมนี้เป็นการเที่ยวอย่างละเอียดลึกซึ้งขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง คือการไปกราบไหว้ขอพรนั้นใช้เวลาในแหล่งท่องเที่ยวเพียงชั่วครู่ไม่กี่นาที แต่การเข้าพักปฏิบัติธรรมนั้นใช้เวลาเป็นวันหรือหลายวัน ทำให้นักท่องเที่ยวได้ทั้งบรรยากาศ ความทรงจำ และเป็นการฝึกฝนตนเองไปด้วย เป็นการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งที่หลีกหนีชีวิตประจำวันที่เคร่งเครียดไปสู่ความผ่อนคลายตามแนวพุทธ

 

Posted in ท่องเที่ยวเชิงศาสนา | Tagged , , | Comments Off on เที่ยววัดปฏิบัติธรรม ใกล้ชิดธรรมชาติ

เที่ยวริมโขงเมืองหนองคาย ตามรอยพญานาค

            ริมฝั่งโขงเมืองหนองคายเป็นบริเวณที่มีมนต์ขลังของวัฒนธรรมความศรัทธาในองค์พญานาคที่มีมาช้านาน เริ่มตั้งแต่อำเภอสังคม ที่มีวัดถ้ำดินเพียงซึ่งเป็นวัดที่มีความเชื่อเกี่ยวข้องกับพญานาคอย่างยิ่ง แค่บรรยากาศบริเวณวัดก็สงบวิเวกอย่างประหลาดแล้ว ถ้าได้ลงไปในถ้ำดินเพียงที่มีความเชื่อกันว่าเป็นทางเข้าแห่งหนึ่งสู่เมืองบาดาล ความขลังก็ยิ่งทวีคูณขึ้น ออกมาจากอำเภอสังคมมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอเมืองหนองคาย เส้นทางนี้เลียบริมน้ำโขงไปตลอดทางซึ่งเป็นการเดินทางที่ให้ความสงบใจอย่างบอกไม่ถูก ตลอดเส้นทางนี้หากจอดรถเดินเล่นแล้วจะสัมผัสถึงบรรยากาศไอน้ำที่ปกคลุมอยู่ทั่ว สมกับที่เป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก โดยสถานที่ที่พลาดไม่ได้กับการตามรอยพญานาคในเมืองหนองคาย ก็คือ วัดโพธิ์ชัย ที่มีองค์หลวงพ่อพระใสเป็นพระประธานในพระอุโบสถ เพราะมีความเชื่อกันว่าองค์พญานาคนี้แหละที่เป็นผู้ปกปักรักษาหลวงพ่อพระใสอยู่ และเป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัดหนองคาย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต้องไปเยี่ยมเยือนวัดพระธาตุบังพวน ที่ซึ่งมีบันทึกไว้ว่าพระเจดีย์สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระหัวเหน่าของพระพุทธเจ้า และสถานที่สำคัญในวัดคือ  “สระมุจลินท์” ซึ่งเป็นสระที่มีตำนานเมื่อราว 500 ปีก่อนว่ามีน้ำพุ่งออกจากภูพญานาค พระสงฆ์ที่จำวัดอยู่จึงชวนญาติโยมขุดสระน้ำไว้รองรับน้ำที่เอ่อล้นออกมา ซึ่งสระมุจลินท์นี้เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยน้ำในสระมุจลินท์นี้เองเคยถูกนำเข้าพิธีสรงมูรธราชาภิเษก พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และพิธีสำคัญของราชสำนักจวบจนทุกวันนี้ 

นอกจากตำนานของหลวงพ่อพระใสที่ท่านแสดงปาฏิหาริย์เกวียนหักหน้าวัดโพธิ์ชัยแล้ว ตำนานของหลวงพ่อพระสุกก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ พระใส พระสุก พระเสริม สร้างมาพร้อมกันแล้วฝั่งไทยได้อัญเชิญข้ามแม่น้ำโขงมา กลับพบพายุฝนพัดให้แท่นอัญเชิญพระสุกพังลง และองค์พระสุกก็จมลงในน้ำตั้งแต่นั้น สถานที่นั้นในอำเภอโพนพิสัยจึงมีชื่อเรียกว่า “เวินพระสุก” (ทั้งนี้มีข้อมูลว่าพระสุกถูกงมขึ้นไปได้ 100 กว่าปีแล้ว และอยู่ที่ยโสธรจนปัจจุบันนี้ มีหลายท่านแย้งว่าเนื้อพระไม่ใช่เนื้อเดียวกับพระเสริมและพระใส ขนาดองค์พระก็ผิดกับประวัติการสร้าง) ซึ่งวัดหลวงเป็นที่ประดิษฐานของพระสุกองค์จำลอง โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปกราบไหว้แทนองค์จริงได้ ซึ่งในอุโบสถวัดหลวงนี้จะมีน้ำหยดจากเพดานตลอดเวลา ซึ่งเป็นน้ำที่ไม่มีใครทราบว่าไหลออกมาจากที่ใด 

และสถานที่พลาดไม่ได้เลยคือวัดหินหมากเป้ง ที่ซึ่งสมัยก่อนเป็นดงสัตว์ร้าย ภูติผีปีศาจ จึงทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ กระทั่งเจริญขึ้นมาด้วยบารมีของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ซึ่งองค์ท่านเคยเล่าให้เหล่าศิษย์ฟังว่า ภายใต้หินหมากเป้งนี้จะเป็นเมืองของพญานาค เป็นโพรงขนาดใหญ่ที่ทะลุถึงวัดพระพุทธบาทดอนแก้ว และทะลุทั่วถึงกันภายในเมืองบาดาล ซึ่งในวันออกพรรษาก็มีบั้งไฟพญานาคขึ้นที่น้ำโขงหลังวัดหินหมากเป้งนี้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้เชื่อได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่เกี่ยวพันกับพญานาคอย่างแน่นอน ซึ่งในสมัยก่อนบริเวณวัดหินหมากเป้งถือเป็นดงอาถรรพ์ ไม่มีผู้ใดกล้าย่างกรายเข้าไปได้ แต่ปัจจุบันก็ยังคงไว้ซึ่งความสงบวิเวก แต่เป็นในลักษณะของบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การทำสมาธิวิปัสสนา เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของหนองคายเมืองอารยธรรมพญานาค ที่ทุกท่านควรไปสัมผัส

 

Posted in ท่องเที่ยวภาคอีสาน | Tagged , , | Comments Off on เที่ยวริมโขงเมืองหนองคาย ตามรอยพญานาค

2561 ท่องเที่ยวเมืองรองแบบสโลว์ไลฟ์

ล่าสุดเดือนนี้ (สิงหาคม 2561) รัฐบาลได้ปรับรูปแบบนโยบายมาส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง คือ ค่าลดหย่อนเที่ยวเมืองรอง 2561 เพื่อใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ภายในวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2561 โดยค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อน ได้แก่ 1) ค่าที่พักในโรงแรม ส่วนโฮมสเตย์ก็ต้องเป็นโฮมสเตย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย 2) ค่าบริการนำเที่ยว (แพ็คเกจทัวร์) ซึ่งจะต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สำหรับการเดินทาง แต่อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าน้ำมัน ค่ารถ ก็ไม่สามารถนำไปลดหย่อนได้ ส่วนบริษัทหรือนิติบุคคลก็สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายห้องประชุม ที่พัก หรือค่าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการประชุมได้ 2 เท่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มนักท่องเที่ยวในเมืองรองและเพิ่มรายได้แก่ชุมชน ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะสร้างรายได้แก่เศรษฐกิจชุมชนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

สำหรับเมืองรองก็คือจังหวัดที่ไม่ได้เป็นจังหวัดกลุ่มเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยว ได้แก่ 55 จังหวัด ประกอบด้วยภาคเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ลำพูน อุตรดิตถ์ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ น่าน กำแพงเพชร อุทัยธานี พะเยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย เลย มุกดาหาร บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก 12 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก สระแก้ว ตราด จันทบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี ชัยนาท อ่างทอง และ สิงห์บุรี ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล ชุมพร ระนอง นราธิวาส ยะลา และ ปัตตานี

ในจำนวนนี้ ก็มีจังหวัดที่ดูน่าเที่ยวอยู่หลายจังหวัดเช่นกัน เช่น ไปเที่ยวชมบรรยากาศถ้ำหลวงที่จังหวัดเชียงราย ไปกราบพระพุทธชินราชและชมเมืองสองแคว นครสวรรค์ก็มีร้านอาหารอร่อยมากมาย และกราบไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม อีกทั้งไปชมโบราณสถานที่สุโขทัย-กำแพงเพชร นมัสการหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ ไปเที่ยวอารยธรรมขอมที่จังหวัดสุรินทร์ ช่วงหน้าหนาวมาเที่ยวเชียงคานจังหวัดเลยก็ได้ส่วนลดที่พักอีกต่างหาก รวมถึงตราด จันทบุรี ตรัง สตูล ชุมพร ระนอง ก็ความสวยงามของทะเลก็ไม่ได้แพ้ทะเลที่จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ถือว่าเป็นโอกาสของนักท่องเที่ยวโดยแท้ ส่วนการท่องเที่ยวเชิงสัมมนา จัดประชุม ก็สามารถไปจัดที่จังหวัดอย่างอุดรธานีเพราะศักยภาพในการจัดการประชุมไม่ด้อยไปกว่าจังหวัดขอนแก่น เป็นต้น

ทั้งนี้ ทรัพยากรการท่องเที่ยวไทยเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวด้วยความเนิบช้า (Slow Life) นั่นคือ ท่องเที่ยวในสถานที่แห่งหนึ่งโดยใช้เวลาระยะหนึ่งอย่างไม่เร่งรีบ จึงจะสามารถซึมซับบรรยากาศท่องเที่ยวนั้นเข้าไปได้ ดังนั้น ในยอดเงินที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท จึงถือว่าเป็นวงเงินที่เหมาะสมกับการกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้ไปพักผ่อนในจังหวัดที่มีธรรมชาติสวยงามและวัฒนธรรมอันดึงดูด ดังนั้นในปี 2561 จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านให้ไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวกันเถิดเพื่อเป็นความทรงจำที่ดีเยี่ยมครั้งหนึ่งในชีวิตและกระจายรายได้สู่ชุมชน

 

Posted in การท่องเที่ยวไทย | Tagged , , | Comments Off on 2561 ท่องเที่ยวเมืองรองแบบสโลว์ไลฟ์

การป้องกันตัวเองจากภยันตรายระหว่างการท่องเที่ยว

                ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า หรือล้อมคอกไว้ก่อนวัวหาย ดูจะเป็นแนวคิดที่ดีสำหรับทุกเรื่อง เพราะเมื่อเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นมาแล้ว การเตรียมพร้อมไว้ก่อนถือว่าเป็นการป้องกันตัวเองได้ในระดับหนึ่ง เช่น ภัยจากการลักขโมย ทำร้ายร่างกาย หรืออุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำบนถนนประเทศไทย ถึงแม้จะมีการรณรงค์เมาไม่ขับ ตำรวจกวดขันเพียงใด ก็ยังป้องกันเหตุร้ายได้ไม่ทั่วถึงอยู่ดี ทั้งในเรื่องของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่อไปนี้เป็นข้อเสนอแนะ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเหตุร้ายถ้าเกิดขึ้น ตัวช่วยแรกที่นึกถึงต้องเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อยู่แล้ว แต่ปัญหาใหญ่มันอยู่ที่ว่า คุณตำรวจจะมาทันเหตุการณ์ไหม ถ้าไม่ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนดูจะเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องทำมันให้ดีที่สุด 

อันตรายจากการขับขี่ในประเทศไทย ถือเป็นภัยอันดับ 1 ในการท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากความระมัดระวังส่วนตัวอาจไม่พอ เพราะต้องระวังให้รถคันอื่นด้วย เขาอาจหลับใน เมาแล้วขับ ขับเร็วถนนลื่นแล้วแหกเกาะกลางมาชนรถเรา ฯลฯ ถือว่าหลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นการมีพระเครื่องหรือเครื่องรางที่ดีที่เชื่อถือได้ ดูจะเป็นอุปกรณ์จำเป็นทางการท่องเที่ยวไปโดยปริยาย (อันที่จริงรถยนต์เมืองไทยเป็นจำนวนมากถูกเจิมโดยพระคณาจารย์ อย่างไรก็ตามจำนวนอุบัติเหตุก็ยังเยอะติดอันดับโลกอยู่ดี บางครั้งรถที่เป็นซากก็ยังเห็นรอยเจิมปรากฎอยู่) ซึ่งการมีสิ่งของไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจยามเดินทางช่วยเหลือได้อย่างน้อยที่สุดก็ความสบายใจ เพราะผู้ประสบเหตุบางรายเจอหนัก ๆ แต่มีบาดแผลแค่ฟกช้ำ ก็ปรากฎให้เห็นมาเรื่อย ๆ นอกจากเรื่องบนท้องถนน ทางเครื่องบินก็ยังมี เช่น เครื่องบินตกแต่ไม่ตาย เป็นต้น ส่วนเครื่องรางพระเครื่องที่เป็นที่เชื่อถือกัน ก็อย่างเช่น หลวงปู่ทวดที่ช่วยคนรอดตายมามากมาย หลวงพ่อโสธรที่มีประสบการณ์ออกข่าวหลายครั้งว่าตำรวจถูกคนร้ายยิงไม่เข้า หรือหลวงพ่อพระใสที่มีข่าวล่าสุดว่าผู้หญิงถูกฟ้าผ่าแต่ไม่ตาย อย่างไรก็ดี สติถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 

นอกจากการป้องกันตัวโดยใช้เครื่องรางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การพกอาวุธก็ดูเหมือนจะหมิ่นเหม่ผิดกฎหมาย แต่เอาเข้าจริงมันช่วยได้เยอะจากภัยมนุษย์ด้วยกันเอง เช่น การเดินทางไปในที่เปลี่ยว การเดินทางไกล เมื่อท่องเที่ยวต่างสถานที่ก็แน่นอนว่าต้องพกทรัพย์สินไปพอสมควร ทีนี้ก็เป็นตัวล่อตาของเหล่ามิจฉาชีพ แล้วนักท่องเที่ยวจะป้องกันอย่างไรดี? พกพาปืน ข้อนี้ก็ควรศึกษากฎหมายให้ละเอียดถี่ถ้วน แต่ถ้าไปเที่ยวต่างประเทศก็หมดสิทธิ์ หรือพกเครื่องช็อตไฟฟ้า ก็ดูเสี่ยงเกินหน่อย หลีกเลี่ยงการไปที่เปลี่ยวดีกว่า และนักท่องเที่ยวควรฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวไว้เป็นการออกกำลังกายประจำวันจะดีมาก เพราะหมัดเท้าเข่าศอกของเราอยู่ติดตัวกับเราตลอดเวลา

ถึงอย่างไรการไปเที่ยวให้ปลอดภัยก็ดูจะเป็นเรื่องปกติ ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่ความจริงถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่สุด เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางแล้ว ไม่ควรจะไปพบกับเหตุร้ายใด และเก็บความทรงจำที่ดีในทริปนั้น ๆ ให้เต็มที่ ขอความปลอดภัยสวัสดิภาพจงมีแด่ทุกท่าน

 

Posted in สาระน่ารู้ | Tagged , , | Comments Off on การป้องกันตัวเองจากภยันตรายระหว่างการท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวนมัสการพระพุทธรูปมีชื่อเสียง ทำบุญ เสริมศิริมงคลบารมี

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวเด็ดว่าสุภาพสตรีท่านหนึ่งในจังหวัดหนองคายถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจังที่หน้าบ้านในขณะที่กำลังสั่งงานก่อสร้างอยู่ เหตุการณ์นี้คนงานก็ถูกกระแสไฟจากบนฟ้าเล่นงานเข้าด้วยเช่นกัน สร้อยทองของเธอขาด และรอบคอมีรอยไหม้ และเธอก็พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียงไม่กี่วันก็สามารถกลับบ้านได้ แต่อนิจจา คนงานที่ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกลับเสียชีวิต (ต้องขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้) ซึ่งเหตุรอดตายในครั้งนี้จะว่าฟ้าผ่าไม่แรงเธอจึงไม่เป็นอะไรมาก ก็ไม่น่าใช่ หรือจะบอกว่าฟ้าผ่าเข้าที่คนงานแล้วเธอไม่ได้โดนเอง สร้อยคอและรอยไหม้รอบคอก็เป็นหลักฐานชั้นดีที่จะยืนยันได้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร คือจะพูดตามตรงก็เพราะพระในคอเธอขลังนั่นแหละ ไม่งั้นไม่รอดแน่ ต่อให้ฟ้าผ่าเบาขนาดไหน ก็น่าจะนอนเตียงเป็นเดือน ไม่ใช่ไม่กี่วันก็ฟื้นมาเดินปร๋อเล่าเรื่องราวได้แล้ว และพระในคอของเธอนั้นก็คือ หลวงพ่อพระใส รุ่นแผ่บารมี จัดสร้างในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งถือว่าเป็นพระใหม่ ไม่ใช่รุ่นเก่าอะไร ราคาค่าบูชาก็ย่อมเยา แต่ความขลังที่ช่วยรักษาชีวิตคนนั้นค่างวดถือว่าประเมินไม่ได้

ว่ากันว่าพระพุทธรูปที่ผู้คนเคารพนับถือมาก ๆ ผู้คนสวดมนต์ถวายทุกวันจะมีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเมื่อสวดมนต์ถวายติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีเทวดามาดูแลรักษาพระพุทธรูปนั้น ๆ  เมื่อมีคนไปขอหรือบนบานสานกล่าว หลายรายสมหวังจึงกลายเป็นเรื่องราวบอกต่อ กระทั่งสถานที่นั้นกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมไปในที่สุด และหลวงพ่อพระใสถือเป็นพระพุทธรูปมีตำนานตั้งแต่การสร้างเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีการบันทึกไว้ว่ากษัตริย์ฝั่งลาวจะหล่อพระ แต่ทำอย่างไรก็เริ่มงานไม่ได้ จนมีตาปะขาวลึกลับมาช่วยเหลือ จึงสำเร็จเป็นหลวงพ่อพระใส และจากความเกี่ยวพันกับทางน้ำโขงนี้เอง ทำให้เชื่อว่าเทวดาที่รักษาหลวงพ่อพระใสคือองค์พญานาคราช นับว่ามีฤทธานุภาพมหาศาล และชาวจังหวัดหนองคายก็นับถือเป็นลูกหลานหลวงพ่อพระใส ตัวอย่างหนึ่งจากงานแห่หลวงพ่อพระใสทุกวันที่ 13 เมษายน ของทุกปีที่มีประชาชนมาร่วมงานอย่างล้นหลาม แสดงถึงแรงศรัทธาเหลือคณานับ

นอกจากหลวงพ่อพระใส ประเทศไทยถือว่ามีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ เช่น พระแก้วมรกต หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ พระพุทธชินสีห์ และพระพุทธชินราช เป็นต้น พระพุทธรูปซึ่งมีชื่อเสียงเหล่านี้ผู้คนมีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ต่าง ๆ มามากมาย มีคนขอพรท่านและปฏิบัติตามสัจจะ รักษาศีลไว้อย่างมั่นคง กระทั่งบรรลุเป้าหมายที่มาขอพรกับองค์ท่านไว้ ซึ่งอันที่จริงแล้ว คำกล่าวที่ว่า “มีเทวดารักษาพระพุทธรูปอยู่” ก็ดูมีสอดคล้องกับคำกล่าวขององค์หลวงปู่สิม พุทธาจาโร ว่า “พระพุทธเจ้าท่านปรินิพพานไปแล้ว ท่านพ้นไปแล้ว ไม่มายุ่งกับเรื่องทางโลกหรอก ส่วนความศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเทวดาที่มารักษาองค์พระอยู่ต่างหาก” น่าจะเป็นเรื่องจริง ถ้าอย่างนั้นพระพุทธรูปไม่ต้องมีชื่อเสียงโด่งดังมาก แต่มีผู้ศรัทธาสวดมนต์ถวายทุกวัน มีความผูกพันกับคนในท้องถิ่นก็ต้องศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันแค่นักท่องเที่ยวไม่เข้าหามากเท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น หลวงปู่พระเจ้าใหญ่ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งวัดโพธิ์ชัย อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น หรือหลวงพ่อองค์แสนและหลวงพ่อเพชร อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นต้น ตามหากราบพระพุทธรูป ทั้งได้บุญทั้งได้เที่ยว

 

Posted in ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม | Tagged , , | Comments Off on ท่องเที่ยวนมัสการพระพุทธรูปมีชื่อเสียง ทำบุญ เสริมศิริมงคลบารมี

เมืองขอนแก่น ศูนย์กลางภาคอีสาน ชีวิตสมัยใหม่ผสมความดั้งเดิม

                จังหวัดขอนแก่นอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 452 กิโลเมตร ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ถือว่าเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานเพราะอยู่ตรงกลาง และเชื่อมต่อไปสู่ทุกจังหวัดในภาคอีสาน นั่นก็คือ ถ้าจะนัดประชุมใหญ่ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่นถือเป็นที่ตั้งที่เหมาะแก่การพบปะกัน อีกทั้งยังมีศูนย์การประชุมมาตรฐานหลายแห่งที่พร้อมรองรับ ทั้งในเมืองและที่ตั้งที่ติดกับธรรมชาติ เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นต้น รวมถึงมีสถาบันการศึกษาหลักแห่งหนึ่งของประเทศไทย คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมความรู้ภูมิปัญญา และสถานที่พักผ่อนทั้งในเรูปแบบสมัยใหม่และร่มเงาไม้ให้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย นั่นคือ การไปเยี่ยมเยือนขอนแก่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และวิถีชีวิตคนอีสานอย่างแท้จริงนั่นเอง โดยการนำเที่ยวขอนแก่นสามารถนำเที่ยวได้ดังนี้

สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในจังหวัดขอนแก่น แห่งแรกต้องไปที่วัดหนองแวง ณ ริมบึงแก่นนคร ซึ่งมีเจดีย์พระมหาธาตุแก่นนครตั้งอยู่ ซึ่งเจดีย์นี้สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงครองศิริราชสมบัติครอบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปีเมืองขอนแก่น เจดีย์นี้สูง 80 เมตร มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ที่ชั้นแรก และชั้นที่ 9 โดยทุก ๆ ชั้นจะมีระเบียงและเมื่อขึ้นสู่ชั้นที่สูงยิ่งขึ้นก็จะสามารถชมทัศนียภาพเมืองขอนแก่นได้ทั่วทั้งบริเวณ ตามประวัติวัดหนองแวง เดิมชื่อวัดเหนือ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2332 ในยุคสมัยแรกเริ่มของการตั้งเมืองขอนแก่น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถไปเยี่ยมชมวัดกลางและวัดธาตุซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยการตั้งเมืองขอนแก่นได้เช่นกัน

ถ้าออกจากเมืองตรงไปทางอำเภอน้ำพอง ก็จะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น จุดชมวิวหินช้างสี เพื่อไปชมบรรยากาศสิ่งแวดล้อม หินที่ซ้อนกันเองตามธรรมชาติ และมีรูปลักษณ์สวยงามหลากหลาย อีกทั้งยังได้ชมทัศนียภาพของเขื่อนอุบลรัตน์ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่ง คือ หมู่บ้านงูจงอาง ซึ่งที่แห่งนี้นอกจากจะดูการแสดงงูแล้ว ยังสามารถชมวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันของคนกับงูได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย (นักท่องเที่ยวสามารถขอไปดูกล่องงูที่เก็บไว้ในแต่ละบ้านของชาวชุมชนได้) และสถานที่ที่ห้ามพลาดคือพระธาตุขามแก่น สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง โดยผู้ไปเยือนควรจะไปสัมผัสบรรยากาศความขลังและความเก่าแก่เพื่อซึมซับเก็บไว้ในความทรงจำ ต่อจากนี้ นักท่องเที่ยวก็ยังสามารถไปเที่ยวเขื่อนอุบลรัตน์ได้อีกด้วย โดยจะมีสวนอาหารแพริมน้ำคอยบริการผู้มาเยือน อีกทั้งมีที่พักคุณภาพทั้งของเอกชนและภาครัฐ

แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่นมีหลายแห่ง นักท่องเที่ยวอาจไปเยี่ยมชมการปลูกผักปลอดสารพิษที่ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง หรือที่อำเภอซำสูง ซึ่งถือว่าการปลูกผักปลอดสารพิษเป็นวิถีชีวิตและค่านิยมของคนในชุมชนไปแล้ว นอกจากนี้ วัดอุดมคงคาคีรีเขต ซึ่งเป็นวัดป่า บรรยากาศร่มรื่น สงบ วิเวก ก็ถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เพื่อไปกราบนมัสการรูปหล่อหลวงปู่ผาง จิตตคุตโต พระกรรมฐานตำนานของเมืองขอนแก่น รวมทั้งมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ของศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในวัด ทั้งหมดนี้คือการอธิบายคร่าว ๆ ถึงเมืองขอนแก่น เพื่อรอทุกท่านไปสัมผัส

 

Posted in ท่องเที่ยวภาคอีสาน | Tagged , , | Comments Off on เมืองขอนแก่น ศูนย์กลางภาคอีสาน ชีวิตสมัยใหม่ผสมความดั้งเดิม